_________________________________________________________________________________
6 หมื่นปีแสงจากโลกนั้น สหพันธ์สัมพันธ์แห่งTerran อันชั่วช้าได้ยึดถือระบบสุริยะKoprulu อย่างเข้มงวดกดขี่ไว้ ควบคุมชีวิตของผู้คนเอาไว้ มีชายผู้หนึ่งที่กล้าต่อต้านจักรพรรดิที่ไม่เผยหน้าและสาบานที่จะทำให้พวกมันยอมคุกเขาต่อเขา Arcturus Mengsk นักเผยแพร่ที่ความอัจฉริยภาพ นักวางแผน และนักสู้เพื่ออิสระภาพ
การแสดงความป่าเถื่อนจากความกระหายเลือดอย่างรุนแรงถูกหว่านเป็นรากเมล็ดของการกบฎของArcturus แต่เขาเองไม่ใช่Mengskคนแรกที่ติว่าต่อการกดขี่นั้น ก่อนArcturus จะโตเป็นชายกล้าหาญ พ่อเขา Angus Mengsk ซึ่งได้ท้าทายต่อสหพันธ์สัมพันธ์และต้องการจบการครองราชย์ที่โหดร้ายป่าเถื่อน
โชคชะตาของตระกูลMengsk ถูกโยงถึงสหพันธ์สัมพันธ์และระบบสุริยะKopruluเป็นอันระยะเวลานาน แต่จักรพรรดิใหม่ที่ขึ้นมาจากเถ้าถุลีจากอดีตและสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่บุกรุกข่มขู่การดำรงอยู่ของมนุษยชาติ สิ่งใดในอนาคตนั้นจะเป็นยึดถือสำหรับผู้คนรุ่นต่อไป
_________________________________________________________________________________
“เป็นอันดีมากเลย
เวเลเรี่ยน,พ่อจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับKorhal, อะไรที่พ่อรู้เกี่ยวกับมันและสิ่งที่พ่อรวบรวมมาหลายปี
แต่พ่อจะบอกมากกว่านั่นถ้าลูกหัดใช้สมองฟังเรื่องนี้นะ” อาคทูรัสพูด,การยืนและการดื่มเป็นสิ่งที่เขาทำหลังจากนั่น
“พ่อหมายความว่ายังไงแ?” เวเลเรี่ยนได้ถาม
“เรื่องราวของKorhalนั้นมันก็เป็นเรื่องราวของท่านปู่ของลูกด้วย
และเป็นเรื่องราวที่หมายถึงตระกูล เม้งส์นั่น Korhalนั่นเป็นดั่งดาบถูกตีหลอมสร้างขึ้นมันมาโดยที่โชคชะตาของเราจะเหมือนเหล็กที่ถูกตีด้วยค้อนจนเป็นรูปร่าง
เมื่อความดิบหยาบและการนองเลือดเป็นเหมือนทั่งเหล็กแห่งประวัติศาสตร์
เวเลเรี่ยนรู้สึกตื่นเต้นอย่างเร็ว “ใช่แล้ว มันคือสิ่งที่ผมต้องการ”
อาคทูรัสได้ผงกหน้าไปยังภาพสตรีผู้หนึ่งในจานภาพโฮโลแกรมบนหิ้ง “และพ่อก็จะเล่าเรื่องแม่ของลูก”
“แม่ของผมเหรอ ?” เวเลเรี่ยนตอบรับอย่างทันที
“ใช่” อาคทูรัสพูด แล้วเขาหันหน้าจากทางเดินของเขาไปยังประตู “แต่ก่อนอื่นต้องลืมเรื่องเดิมๆของเธอซะก่อน”
...........................
บทเริ่มต้น-The Beginning
เวเลเรี่ยนได้ยินเสียงเคาะจากประตู
แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ มันทำให้เขาจดจ่อแทนที่เขาจะได้หมุนแก้วคริสตัลที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามที่มีเหล้าองุ่น
เสียงนั้นมาอีกครั้ง มันรบเร้ามากกว่าเดิมในเวลานี้ และเสียง
และความไม่อดทนต่อเสียงได้เหมือนบอกเวเลเรี่ยน เม้งส์
ว่าใครก็ตามที่อยู่หน้าประตูข้างนอกนั่นคงไม่ได้รับคำตอบจากเขาแน่
เขาก็ยิ้มหลังจากนั้นก็จิบเครื่องดื่ม(คงจะเป็นเหล้า) เขาได้แสดงอากัปกริยาออกมาอย่างหล่อเหลาในวันนั้นหรือวันอื่นๆ สิ่งนี้ที่เป็นเหตุสำหรับตัวเขา วาเลเรี่ยนเองได้ไปนั่งบนเบาะหนังแท้ เพลิดเพลินกับความร้อนในห้องที่เตาถ่านไฟและความอบอุ่นจากเครื่องดื่มที่ลงไปในท้องของเขา
และสิ่งที่มีค่าเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ได้ให้ความเพลิดเพลินกับเขาเมื่อเดือนก่อน เพราะว่าสิ่งของนี้ไม่ได้เห็นคุณค่าและเต็มความรู้สึกไปด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ด้านร่างกาย แต่มันเป็นสิ่งที่ยากจะดูแม่ที่เจ็บปวด ขณะความสูญเสียของความเจ็บปวดมันได้ละลายกล้ามเนื้อจากกระดูกของเธอ และ จิตวิญญาณของเธอนั้นก็ได้หลุดออกไป
วาเลเรี่ยนจ้องยังแก้วในของเหล้าองุ่น ความเลิศหล้านั่นผสมผสานเข้ากับความหรูหราที่อย่างลงตัว รสชาติเหลือหลายที่ติดค้างบนเพดานปากและเป็นสิ่งร่วมกันอย่างที่สมบูรณ์ เหมือนดั่งอาหารจากนกป่าที่มาเสริฟให้แก่แขกที่รอคอยเขาในห้องโถงของบ้านของเขา
บ้านของเขา
คำๆนี้ยังคงให้ความรู้สึกผิดปกติ พอดีกับการที่ยังไม่ได้การตัดสินใจของเขาเอง
วาเลเรี่ยนได้แหงนมองขึ้นจากเครื่องดื่มของเขา และได้ร่ายสายตาไปยังรอบๆห้อง ขณะที่กำลังรายละเอียดความสวยงามทุกอย่าง ลายพื้นมะฮอกกานีที่เลิศนั่นได้ซ่อนเทคโนโลยีสื่อสารที่ทันสมัย แผงวงจรและอุปกรณ์เครื่องดักฟัง ผนังที่แขวนด้วยผ้าไหม ภาพเหมือนที่มีกรอบสีทองอร่าม และผนังไฟที่มีรสนิยมได้อาบแสงลงมาให้ความอบอุ่นในห้องเพดานสูง เป็นที่มีความสว่างในที่ซึ่งมีความสงบ
แต่ความภาคภูใจในสถานที่นี้นั้น ในกำแพงนั้นกลับได้มีการเก็บรักษาอาวุธสะสมของวาเลเรี่ยนตรงข้ามกับของตกแต่งสมัยโบราณ มี’แฟ็กซ์’อาวุธดาบยาวอยู่บนตะขอ
มีดาบโค้งที่แขวนไขว้กันเอาไว้ และความหลากหลายของหมัดกริซและอาวุธกลมแปลกประหลาดที่มีใบมีดโผล่ออกมาจากหนังด้ามที่จับที่ตั้งอยู่บนตะขอที่ซ่อนอยู่
กรอบกระจกแก้วที่บบรจุอาวุธปืนพกไม้โบราณที่เลี่ยมด้วยทองและปืนลำกล้องยาว โดยตามมาด้วยแบตเตอรี่ที่ติดตั้งลงตัวกับก้านโครงกระดูก
หินอ่อนที่รอบล้อมนั่นบรรจุเตาผิงไฟและแผ่นกันกันแทก(พลาสติดที่เรากดเล่นตอนเด็กที่มันเสียงเปาะๆอะ)บนเสื้อคลุม แสงของมันระยับด้วยภาพที่น่ากลัวของผู้หญิงคนหนึ่งกับตาที่โหยหาจากสิ่งที่วาเลเรี่ยนเก็บไว้รอบคอบสายตาของเขาหันไป
เขาได้มองเข้าไปในไฟ และได้จิบเหล้าองุ่นขณะที่ประตูด้านหลังเขาเปิด
มีเพียงคนเดียวที่จะกล้าเข้าไปในห้องของ วาเลเรี่ยนเม้งส์โดยไม่มีต้อนรับ
“สวัสดีครับ พ่อ”วาเลเรี่ยนพูด
ร่างเงาของคนหนึ่งที่ผ่านเขามา และวาเลเรี่ยนได้ แหงนมองดูเขาและ มองพ่อของเขาที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าที่ดูลักษณะที่ดูเหมือนผู้สูงศักดิ์ ได้มองลงมาที่เขา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาได้เห็นหน้าพ่อเขาเป็นพันๆครั้งในรูปแบบฮอโลแกรม การปรากฏกายของพ่อนั้นรู้เหมือนพลังที่พิเศษ สิ่งที่เขาเห็นเพียงมันไม่ใช่เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จับต้องได้
อาคทูรัสเป็นชายร่างใหญ่ ไหล่กว้าง เอวหนา และผมของเขาที่เคยดกดำและมันวาวมาก่อน แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นผมสีเงินไปแล้ว เคราของเขามีสีขาวมากสีดำ และมีตัวเลขของอายุมากทุกคนเบื่อหน่ายกับเมื่ออายุขึ้นเท่านี้ อายุนั้นมันเป็นเพียงแค่การเพิ่มขึ้นของตัวเลขตามธรรมชาติ และ ตัวเลขอายุสำหรับที่ถือว่าเยอะมากแล้ว เสื้อคลุมของพ่อของเขาเป็นสีดำคล้ายกับที่สวมใส่โดยลูกชายของเขา เสื้อนั้นไม่ได้ทำอะไรที่จะปกปิดเรื่องต่างๆของอาคทูรัสที่เขาทำเว้นเพียงแค่อำนาจที่เขามีอยู่ กระดุมขอบทองที่อยู่บนเสื้อที่กว้าง อินทรธนูสีทองแดงบนไหล่เสื้อของเขา ดาบพกพาและปืนพกสนามแม่เหล็กที่แขวนบนเข็มขัดเขาแต่วาเรเลี่ยนก็คิดว่าอาวุธนี้มีอายุหลายปีแล้วมาตเพราะพ่อของเขานั้นจได้ะหยิบอาวุธทั้งคู่นี้ออกมาใช้ในยามโกรธ
"พ่อได้เคาะประตู" อาคทูรัสพูด "แกไม่ได้ยินฉันเหรอ ?"
"ผมได้ยิน"วาเลเรี่ยนพร้อมพยักหน้า"
"แล้วทำไหมไม่ตอบกลับที่ประตูละ ?"
"ผมคิดว่าคนอย่างพ่อไม่ต้องการคำรับเชิญหรอก,พ่อ" วาเลเรี่ยนตอบกลับ
"พ่อเป็นถึงจักรพรรดิใช่หรือเปล่าแล้วเมื่อพ่อเป็นถึงจักรพรรดิแล้วทำไหมต้องรอความกรุณาจากผู้อื่นอีก" "ถึงพ่อจะเป็นจักรพรรดิ วาเลเรี่ยนแต่ลูกยังเป็นของลูกพ่ออยู่เสมอ" "ผมเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว" วาเลเรี่ยนยอมรับ "ตอนนี้ยังเป็นอยู่เพราะความต้องการของพ่อ"
"ลูกกำลังโกรธอยู่"อาคทูรัสพูด "นั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้พ่อรู้ มันเป็นเพียงธรรมชาติของมนุษย์ที่ประพฤติกรรมที่ไม่ควรเมื่อเป็นแบบนี้"
"เป็นแบบนี้เหรอ ?" วาเลเรี่ยนสวนกลับ เขาลุกขึ้นมาจากเบาะ แล้วขว้างแก้วเหล้าองุ่นลงในเตาไฟ "แสดงความน่ายำเกรงออกมาสิ!" เศษแก้วที่แตกกระจายและเปลวไฟกระหึ่มจากการเผาไหม้แอลกอฮอล์สีแดงในกองไฟ "พ่อไม่เคยรู้สึกถึงผู้อื่นเลยเหรอ ?" วาเลเรี่ยนตะโกนออกมาไม่นานนักคำ พูดที่หลุดมาจากปากของเขา เขาก็ได้นึกสิ่งที่เขาพูดมา และเขาก็ตอบกลับสิ่งที่เขาพูด เขาหัวเราะ "ฉันพูดอะไรลงไปเนี่ย อ้อใช่แล้ว พ่อคงไม่เข้าใจหรอก"
อาคทูรัสยังคงนิ่งจากคำพูดที่ออกมาจากลูกของเขา และเขาก็ทำแค่เพียงเอามือไขว้ไว้ข้างหลัง "การกระทำอย่างนี้มันทำให้เสียแก้วที่ดีไป"เขาพูด "ใช่แล้วแก้วที่ดี,ถ้าพ่อตัดสินทุกอย่างได้ พ่อจะตัดสินใจสอนลูกให้ทำตัวดีมากกว่าที่จะโกรธ โดยเฉพาะเมื่อการกระทำนั้นไร้จุดหมาย"
วาเลเรี่ยนถอนหายใจ และหันไปยังพ่อ เขาได้เดินไปที่ตู้ชุดเครื่องดื่มบนกำแพงหนึ่ง สิ่งที่มีอย่างข้าวหมักและเหล้าองุ่นถูกป้องกันจากการดึงดูดผู้ไม่หวังดีโดยกระจกเงาสะท้อนแสงในม่านพลังป้องกัน ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ได้คำสั่งจากพ่อของเขา ใครก็ตามที่รู้เกี่ยวกับเม้งส์คงจะรู้เรื่องความชอบเครื่องดื่มมึนเมาคุณภาพดีอย่างมาก วาเลเรี่ยนหยุดซักพัก และกำลังนึกคิดสิ่งที่พ่อเขาตอบกลับมา ขณะที่เขาจะไปถึงปุ่มทองเหลืองเพื่อปลดม่านพลังงาน เวเลเรี่ยนมีผมสีทอง รอบๆใบหน้าเขาที่หล่อเหลาที่เหมือนจะสวยงาม คุณสมบัติหน้าตาของเขาเป็นลักษณะแน่แท้ของพ่อของเขา แต่เมื่อที่ใดพ่อใช้คำพูดอย่างเข้มและชัดถ้อยชัดคำ วาเลเรี่ยนก็จะอย่างนุ่มนวลตามลักษณะที่ได้มาจากแม่
ริมฝีที่เต็มอิ่ม และกว้าง ดวงตาที่พายุเมฆ คงจะล่อให้นกที่เกาะต้นไม้มาที่ใบหน้าของเขาที่เรียบสบายและลักษณะของคนมีตระกูล ในตอนที่เขาอายุ 21 เขาเป็นเด็กชายที่หน้าตาเลิศหล้า และเขารู้ที่จะเก็บความลับไว้ในใจโดยใช้ความพอประมาณของเขา ซึ่งแน่นอนทำหน้าที่เพียงเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของเขาไปยังเพศตรงข้าม
เขาได้กดปุ่มลงไป เครื่องอ่านDNAที่อยู่บนผิวหน้ากำลังแยกส่วนลักษณะDNAของเขาที่อยู่ในบันทึกการปรับปรุงรายชั่วโมงจัดเก็บภายในอาคารข้อมูล ถึงแม้เทคโนโลยีโลกสมัยเหล่านี้ใหม่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา วาเลเรี่ยนนั้นเกลียดความคิดรูปแบบที่ครอบงำการทำงานต่างๆทั้งหมด
แรงกระเพื่อมเล็กน้อยในอากาศเป็นเพียงการส่งสัญญาณการลดม่านสนามพลังป้องกัน วาเลเรี่ยนเปิดตู้กระจกเพื่อจะเทเครื่องดื่มที่สดชื่น โดยเขาได้เลือกเหล้าองุ่นแดงชั้นเยี่ยมสำหรับเขา และเหล้าองุ่นสีทับทิมที่ราคาแพงสำหรับพ่อเขา
วาเลเรี่ยนกลับไปที่เตาผิง สถานที่พ่อเขาได้นั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งจากเก้าอี้สองตัว โกร่งดาบของเขาได้วางพิงเอาไว้กับที่พักแขน อาคทูรัสก็พยักหน้าชื่นชมที่วาเลเรี่ยนยื่นแก้วมาให้เขา
“สงบได้หรือยัง?” พ่อของเขาถาม
“ผมสงบแล้ว” วาเลเรี่ยนตอบ
“ดี ที่ผมไม่ได้เป็นคนตระกูลใน Mengskที่ชอบเปิดเผยแสดงความคิดของผู้อื่น”
“มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม?”
“ไม่ได้อยู่แล้ว” อาคทูรัสตอบ “เมื่อไรกันนะที่ผู้คนจะได้คิด พวกเขาก็จะรู้เรื่องของลูก และก็เลิกกลัวลูกกัน?”
“แล้วถ้าผมไม่ต้องทำตัวโดยไม่ให้คนอื่นหวาดกลัวล่ะ ?” วาเลเรี่ยนพูด และกวาดเสื้อที่ใต้สะโพกแล้วลงไปนั่งเบาะฝั่งตรงข้ามของพ่อ
“ลูกคงได้ความรักมากสินะ?” พูดสวนกลับโดยอาคทูรัสที่จิบเหล้าองุ่น
“มันไม่สามารถเป็นได้อย่างใดอย่างหนึ่งเลยเหรอ?”
“ไม่มีทาง” พ่อเขาพูด “และก่อนที่ลูกจะถาม มันคงที่ตลอดถ้ามันมีความหวาดกลัวในตัวลูกมากกว่าที่ให้ผู้คนรักลูก” “ที่ดีที่ พ่อได้รู้” ตอบกลับโดยวาเลเรี่ยน
อาคทูรัสหัวเราะ อย่างไม่มีความอบอุ่นในเสียงนั้นเลย “ฉันเป็นพ่อแกนะ วาเลเรี่ยน คำพูดที่หยาบคายคงไม่เปลี่ยนอะไรได้ พ่อลูกว่าลูกไม่ได้รักพ่อขณะที่พ่อก็ยังรักอยู่ แต่พ่อก็เพียงแค่สนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกได้รับช่วงต่อจากพ่อ ลูกควรจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้
“แล้วถ้าผมไม่ต้องการความสำเร็จนั่นละ?”
“พูดไม่ได้ตรงประเด็นเลย” อาคทูรัสสวนกลับ “ลูกคือคนในตระกูล Mengskนะ มีใครอีกไหมนอกจากลูก”(เนื่องจากครอบครัวของMengskถูกฆ่าตายหลายจนแทบไม่เหลือ) ความโกรธนั่นได้เขามาในความคิดวาเรเลี่ยน “จะบอกว่าMengskคนนั้นเป็นหนอนหนังสือ อรชรอ้อนแอ้น และอ่อนแอเหรอ”
อาคทูรัสโบกมือด้วยความไยดี “คำที่พูดนั่นยังเร็วไปอีกหลายปี” เขาพูด “ลูกพิสูจน์ว่าพ่อผิด งั้นก็ก้าวไปข้างทำคะแนนให้ดีกว่าพ่อสิ ตอนนี้ลูกยังไม่ได้มีความน่าเชื่อถือนะ” วาเลเรี่ยนครอบคลุมการระคายเคืองของเขาที่ได้อดทนสิ่งที่พ่อพูดของเขาโดยการดื่มเหล้าองุ่นนิดหน่อย ปล่อยให้เหล้าองุ่นที่มีกลิ่นหอมอยู่ในหลอดอาหารของเขาในก่อนที่เขากลืน อาคทูรัส หยุดที่จะมองไปรอบ ๆห้อง ที่ที่อาวุธได้แขวนบนผนังเปเมื่อถึงจุดหนึ่งที่พวกเขาพูดคุยโดยไม่มีการโต้แย้งหรือความไม่พอที่แสดงความไม่ดีออกมา
“ลูกได้สร้างบ้านที่ดีไว้ทีเดียวนะ ลูก” อาคทูรัสพูดอย่างไม่มีเหตุผล
“บ้านเหรอ” วาเลเรี่ยนถาม “ผมไม่รู้ความหมายของมันมาก่อนเลย”
เมื่อเขาได้เห็นสับสนในตาของพ่อเขา จึงพูดต่อไป “กระทั่งเมื่อเดือนก่อน บ้านเป็นที่ที่เรียบๆง่ายๆไม่มีอะไรเป็นที่เราสร้างขึ้นจนกระทั่งได้ย้ายมา จากการล่มสลายของสถานที่ในดวงจันทร์ของดาวUmojan เราจึงย้ายไปยังที่อื่น หรือ อีกหนึ่งในวงโคจUmojan หรือ สถานที่ที่พวกเซิร์กไม่ได้ทำลาย พ่อลูกสึกถึงความรู้สึกของผม ใช่ไหม?”
“ฉันเข้าใจ” ยอมรับโดยอาคทูรัส “ถึงแม้ว่าพ่อจะลืมกับสิ่งเล่านี้ไปมานานหลายปี บ้านในความหมายของพ่อคือ ‘ไฮเปอร์เรี่ยน’ จนกระทั่งมีบางอย่างเกิดขึ้นกับ เจ้าจิม”
“แล้วเรื่องของดาว
Korhal ลำดับที่ 4ละ?” วาเลเรี่ยนพูดขึ้น ไม่อยากที่จะทนคำด่าว่าเกี่ยวกับความเลวร้ายทรยศหักหลังของJim Raynor อีก เมื่อไม่หลายปีก่อน
วาเลเรี่ยนเขาได้ตื่นเต้นกับการผจญภัยต่างของJim Raynor ได้แอบชื่นชมคนที่เป็นหนามแหลมที่แทงใจพ่อของเขาที่เป็นอดีตจอมพลที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว
อาคทูรัสส่ายหน้า เขาได้หยุดเรื่องระคายเคืองสำหรับเขาอย่างเร็ว
“พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของโลกเป็นที่อาศัยอยู่และเราสร้างขึ้นมาใหม่มากในสิ่งที่ถูกทำลาย แต่แม้ฉันจะไม่ได้มีอำนาจที่ย้อนรอยความเสียหายในระยะสั้นที่ทำโดย ‘สหพันธสัมพันธ์’(Confederacy) Korhalจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
พ่อไม่ได้สงสัยอะไร แต่ไม่มีวันที่จะให้สิ่งเหล่าเกิดขึ้นมาอีก”
“ผมไม่รู้นะเนี่ย”ยอมรับโดยวาเลเรี่ยน “ผมควรจะได้เห็นดาวKorhalก่อนการโจมตีนะ”
“อ้าใช่แล้ว ลูกคงจะชอบมันแน่ พ่อคิดนะ”
พูดโดยอาคทูรัส “สภาปาลาไทน์ หอสมุดทองคำ สนามต่อสู้ และ
หมู่บ้านSummer Villa ใช่ลูกคงจะชอบมัน”
วาเลเรี่ยนโน้มตัวมาข้างหน้า “ผมอยากที่จะเรียนรู้กับเรื่องของKorhal” เขาพูด “น่าจะมีใครบางคนที่อยู่ที่นั่น สิ่งที่ไม่ใช่ภาพยนตร์หรือภาพที่นำมาให้เห็น
แต่เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องจริง น่าจะมีใครบางคนที่เคยบนผิวโลกและสูดอากาศของมัน”
อาคทูรัสยิ้มและพยักหน้า
ขณะที่คาดหวังกับคำขอ “เป็นอันดีมากเลย
เวเลเรี่ยน,พ่อจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับKorhal, อะไรที่พ่อรู้เกี่ยวกับมันและสิ่งที่พ่อรวบรวมมาหลายปี
แต่พ่อจะบอกมากกว่านั่นถ้าลูกหัดใช้สมองฟังเรื่องนี้นะ” อาคทูรัสพูด,การยืนและการดื่มเป็นสิ่งที่เขาทำหลังจากนั่น
“พ่อหมายความว่ายังไงแ?” เวเลเรี่ยนได้ถาม
“เรื่องราวของKorhalนั้นมันก็เป็นเรื่องราวของท่านปู่ของลูกด้วย
และเป็นเรื่องราวที่หมายถึงตระกูล เม้งส์นั่น
Korhalนั่นเป็นดั่งดาบถูกตีหลอมสร้างขึ้นมันมาโดยที่โชคชะตาของเราจะเหมือนเหล็กที่ถูกตีด้วยค้อนจนเป็นรูปร่าง
เมื่อความดิบหยาบและการนองเลือดเป็นเหมือนทั่งเหล็กแห่งประวัติศาสตร์
เวเลเรี่ยนรู้สึกตื่นเต้นอย่างเร็ว “ใช่แล้ว มันคือสิ่งที่ผมต้องการ”
อาคทูรัสได้ผงกหน้าไปยังภาพสตรีผู้หนึ่งในจานภาพโฮโลแกรมบนหิ้ง “และพ่อก็จะเล่าเรื่องแม่ของลูก”
“แม่ของผมเหรอ
?”
เวเลเรี่ยนตอบรับอย่างทันที
“ใช่” อาคทูรัสพูด แล้วเขาหันหน้าจากทางเดินของเขาไปยังประตู “แต่ก่อนอื่นต้องลืมเรื่องเดิมๆของเธอซะก่อน”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น