วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Starcraft I,Mengsk ข้าคือMengsk-Chapter 1

ในหมู่มีแต่ความมืด ผู้คนต่างหลับใหล จากภายนอกที่ดูสงบและเงียบนั้น...มันอันตราย เขารู้ดีแน่นอนว่ามันไม่ใช่แน่ เลเซอร์รอบทิศของหมู่บ้านเชื่องกันเป็นตาข่าย ตัวตรวจจับกวาดบริเวณรอบกำแพงหินอ่อนนั้น และสัญญาณเตือนการสั่นสะเทือนถูกตั้งไว้ในทุกชั้นและทุกกำแพงเมื่อทุกครั้งที่มีการเปิด พวกนี้ไม่ใช่ระบบรักษาความปลอดภัยที่แพงมากที่จะซื้อ แต่ก็ไม่ไกลเกินอย่างที่บอกหรอก
การเจาะเข้าบ้านพักตากอากาศของMengskที่มีกำแพงขาวที่ตั้งบนแหลมตรงหน้าผาที่ดูเหมือนน้ำสีดำในทะเลนั้น คงจะไม่ง่ายแน่ และเขาใช้ความเงียบไปกับเวลาพร้อมกับเข้าประชิดกับระบบตรวจจับให้ใกล้ที่สุด
เครื่องตรวจจับนั้นแนบกับเข็มขัดเขาเองซึ่งถูกใช้ในนักสำรวจแร่ของหน่วยสหพันธ์สัมพันธ์ในการสำรวจค้นหา มันถูกปรับให้เข้ากับหน่วยสำรวจธรณี เครื่องตรวจจับฮาร์โมนิกนี้ถูกตั้งไว้ค่าแม่เหล็กไฟฟ้าที่ส่งกลับจากVespene gas มันเป็นเรื่องง่ายที่จะปรับเซนเซอร์ที่จะรับเลเซอร์รักษาความปลอดภัยนี้และเชื่อมกับหน้านั้นไปยังแว่นตาที่เขาใส่บนใบหน้าหนุ่มๆ หล่อเหลาของเขา
เพื่อที่จะทำให้เครื่องมันทำงานคุณต้องรู้ เรื่องความถี่ของเลเซอร์นี้และองค์ประกอบแร่ธาตุอย่างละเอียดของครีสตัลที่จะผลิตมา ทุกอย่างนี้เป็นเรื่องปกติที่เก็บไว้จากคนที่เป็นช่างเทคนิคที่ได้ติดตั้งระบบเมื่อฤดูร้อนก่อน
แว่นนั้นทำให้ทุกอย่างดูซีดลง คำ่คืนท้องฟ้าสีฟ้าก็เรียบลง ทำให้มันดูเป็นสีสนิม ภูเขาทางเหนือที่เข้มเป็นสีทองแดง และทะเลส่องแสงสีแดงเข้ม
ดูเหมือนทะเลเลือด
กำแพงของหมู่บ้านมันมืดเกินไปสำหรับเขา เลเซอร์และเครื่องตรวจนั้นก็ส่องแสงราวกับเส้นด้ายเงินเปรียบกับลวนเดินทางของนักล่า
"มันง่ายจริงเลย" เขากระซิบ ซึ่งในใจเขาก็บ่นกับตัวเองว่าจะพูดคำพูดไร้ประโยชน์ออกมาทำไม
ตัวเขาเลื่อนตัวลงและคลานไปบริเวณทางเหนือของหมู่บ้าน เลี่ยงทางถนนที่ไปยังStyrlingและซ่อนในพุมหญ้าสูงที่โบกพัดอย่างเร็วจากลมที่พัดจากทะเล
ตาข่ายเลเซอร์ได้เคลื่อนตามปกติแต่การตั้งอัลกอริธึมสำหรับในหน่วยสำรวจนั้นหมายถึงว่าเมื่อมีการเขยิบเกิดขึ้น ตัวเขาจะตายเป็นชิ้นๆบนพื้นเอาแน่
แต่แนนอนว่า ไม่มีอัลกอริธึมตัวใดที่สมบูณ์ทุกอย่างและมีโอกาศทุกครั้งในการตรวจจับเขาได้ โดยเขาเองมั่นใจในฝีมือของตัวเองและไม่กังวลกับความล้มเหลว
 ความจริงนั้น โอกาสการล้มเหลวกับตัวเขาเองนั้นเป็นศูนย์เลย ความล้มเหลวคือบางสิ่งที่เกิดกับผู้อื่น ไม่ใช่สำหรับเขา เขาเองรู้ว่าอะไรเคยทำและอะไรที่เคยรู้กับมัน สิ่งนี้มันให้ความมั่นใจแก่เขาในการเอื้อมมือออกไปจากผู้คนและทำทุกอย่างให้ง่าย แน่นอนว่าเขาเองนั้นจะได้สิ่งที่เขาต้องการ
แล้วส่วนมากก็เป็นเช่นนั้น
เขาโล่งใจที่เข้าใกล้ตัวหมู่บ้านมากขึ้น เขาค่อยเคลื่อนอย่างช้าไม่รีบเร่ง เขารู้ว่าการวิ่งนั้นมันจะเชิญมาด้วยหายนะ และการทำเคลื่อนของเขากินเวลาเขาไปประมาณ2ช.ม. ที่จะเข้าใกล้กำแพงสูง6เมตรนี้
เครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบอินฟราเรดที่อยู่นิ่งถูกสร้างไว้รอบชายคากำแพงแต่มันเป็นระบบเก่า ถูกติดตั้งไว้เกือบ10ปีก่อนโดยที่มีเรื่องที่ซับซ้อนกับการที่คุณต้องเจอการปกป้องของผู้ปกครองโลกนี้จนถึงยันสุดขอบโลก แน่นอนว่ามันไม่ใช่อะไรที่คุณคาดหวังหรอกที่จะปกป้องหมู่บ้านตากอากาศของคนหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภาที่มีชื่อและเป็นคนในครอบครัวเขาเอง
ร่างกายถูกทำให้มองไม่เห็นจากเครื่องตรวจจับด้วยระบบทำความเย็นของชุดbodysuitที่เขาใส่ไว้ เขาอำพรางตัวในเขตแดนที่อยู่ข้างในจากสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ชุดนี้ถูกใช้โดยนักขุดที่มีการขุดเจาะในเหมีองที่อุณหภูมิสูง เขาก็ลุกย่อขึ้นมาและแสงก็กวาดมาทางเขาโดยไม่ตรวจพบเขา
 แล้วเป็นอีกครั้งที่ตาข่ายเลเซอร์ได้เปลี่ยน เขาหยุดขณะมันเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เขาปล่อยลมหายใจขณะที่มองแสงแวมวาม ลำแสงขนาดเส้นผมบางอยู่ใต้น่องเท้าเขาและค่อยๆผ่อนคลายลงหลังจากมันไป มีเวลาอีก17.3วินาทีก่อนที่จะเปลี่ยนรูปแบบอีกครั้ง เขาแนบกำแพงอย่างระมัดระวังที่จะไม่แตะกลัวเกรงที่จะเปิดสัญญาณเตือน
เขาอยู่ในร่างแหเลเซอร์โดยที่เขาแนบกำแพงไว้ แต่เขาก็ไม่ได้แตะมัน ตัวเขามองไม่เห็นสำหรับพวกระบบรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าร เขาใช้ช่วงเวลานั้นกับตัวเขาเอง ตัวเขาถูกทำให้จางเหมือนสภาพแวดล้อมของเขา และมุ่งไปทางเข้าขนส่งของ
เขาหยุดขณะแผงเลเซอรืลงไปที่พื้นประตูก็เปิดออกคนพวกนั้นออกมา โดยมีคนตามไปด้วย ตอนนั้นใจเขาตื่นกลัว จากนั้นพวกเขาก็จุดบุหรี่สูบ คุยกัน เขาถอนหายใจ โดยหัวใจเขาเต้นตุบๆในซี่โครง ก็แค่คนขนของในครัว ไม่มีอะไรมาก พวกเขาเดินออกจากประตู ยืนหลบหลังเพิงพิงและเขาใช้โอกาสทองย่องเขาไปลอบผ่านประตู และพลิกเลนส์เลนส์มาสวมแว่นเขาขณะเข้าห้องครัว ความที่โถมเข้าหาเขาจากเตาพิงหินขนาดใหญ่และกลิ่นอันชวนละมุ่นหอมมาจากอาหารของครอบครัวMengskมื้อล่าสุด ในครัวนั้นไม่มีใคร ซึ่งพ่อแม่คนครัวและลูกครัวออกมาช่วงกลางคืนก่อนมีการเตรียมอาหารเช้า เขาสงสัยกับชายสองคนที่สูบบุหรี่มาทำอะไรดึกดื่น เขาก็ไม่คิดสนใจกับเรื่องนอกเรื่องพวกนี้ เดินไปต่อจากห้องครัวไปทางเข้าห้องโถงหลัก เขาค่อยๆเปิดมัน และมองออกมาไปยังเงาที่ทอดออกมาจากตัวห้อง รูปปั้นของAngus Mengsk ที่เลื่องลือในชื่อตระกูล เรียงเป็นแนวแถวกำแพง รูปปั้นที่มีรสนิยมจำนวนมาก แจกัน อาวุธต่างๆ รูปท่าทางของรูปปั้นเลือกโดยภรรยาKatherine แสดงไว้เป็นแถวตรงเสาหิน นอกจากผลงานศิลปะจำนวนมาก ก็ยังมีของเล่นของลูกคนเล็กสุดDorothyของAngusกระจัดกระจายอยู่ตรงบันไดปูพรมซึ่งเป็นทางไปห้องนอนครอบครัว พื้นปูกระเบื้องนั้นเป็นสีดำขาดเป็นลายหมายรุกและเขาก็รอการ์ดผ่านห้องโถง ตรวจเช็กกับเพื่อนร่วมทีมในห้องรักษาความปลอดภัยผ่านไมค์คอเขา Angus Mengsk มีการ์ดติดอาวุธจำนวนหนึ่งในบ้านพักตากอากาศโดยอ้างว่าเขามาที่นี่เพื่อจัดการปัญหาในKorhalที่เกี่ยวข้องกับพวกสหพันธ์สัมพันธ์ ไม่ต้องไปนึกเรื่องนี้เลย การ์ดก็กลับจากประตูหน้าไปยังห้องอาหาร และปิดประตูจากเขาทางด้านหลัง เมื่อการ์ดไป ตัวเขาก็เข้าไปห้องโถงรวดเร็วและใช้ทางนี้ไปตรงบันได หยุดมองเมื่อมาข้างบนไปตามทางยาว ห้องนอนของAngusและKatherineอยู่ทางด้านขวาเขา แต่ตรงข้ามนั้นก็มีคนอยู่ โดยเขามุ่งไปห้องนอนของเด็กของครอบครัวMengsk พื้นนั้นทำมาจากไม้ปูไว้ด้วยพรมหนา เขาเดินบนพื้นอย่างระวัง เลี่ยงบนพื้นที่ไม้จะผุหัก เขาหยุดอยู่หน้าประตูที่ติดอักษรAทองแดงไว้กับไม้ เขายิ้มกับตัวเอง เขาจับลูกบิดเปิดประตูนุ่มนวลและเข้าไปเหมือนผี ห้องนั้นมีแต่ความมีด มีโต๊ะช่างไม้ที่มีอุปกรณ์ที่มีการแกะงัดและหินตัวอย่างเรียงตรงกำแพง รูปภาพติดกรอบของชั้นธรณีวิทยาและส่วนประกอบของหินแขวนตวงกำแพงและเศษไม้ต่างๆ แผ่นกระดาษปกคลุมเรียงรายบนเตียงที่ฉากกรอบเหล็ก เขาก้าวเข้าไปในห้อง และมีพูดออกมา "ผมรู้ว่าคุณเองคิดว่าตัวเองฉลาดสินะ" กลับมองไปรอบๆ เขาเห็นAchton Feld หัวหน้ารักษาความปลอดภัยของครอบครัวMengsk นั่งบนเก้าอี้ขนสัตว์ริมสุดขอบห้อง แต่งตัวในชุดแจ็กเก็ตสีดำกับกางเกงเข้ารูปหลวมๆ มือวางจับบั้นท้ายปีนพกหนัก เขาสูงและกำยำ แน่นอนว่าเขาเป็นคนหนึ่งคิดจะเป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัยอย่างสมน้ำสมเนื้อ ร่างเขาในชุดดำยืดเส้นสายและถอดแว่น เผยหน้าตาแบบขุนนาง หน้าใบกรามทีแข็งแกร่ง และกว้าง ตาที่เหมือนเหยี่ยวสีเทาของชายหนุ่มอายุ17ปี "ผมก็คิดว่ามันฉาดสำหรับผมมากเลยละนะ จริงเลยแหละ" Arcturus Mengskพูด Achton Feld ตรวจสอบชุดตรวจธรณีเป็นหลักและมองอย่างไม่ประทับใจ เด็กหนุ่มจัดการเอามารวมกันเป็นชุดรวมแทรกซึมอย่างดีและFeldก็คิดจะวิจารณ์กับขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยในที่บ้านพักอาศอย่างแน่นอน เขาก็เอาชุดของพวกนี้ลง ถ้าArcturusไปได้ไกลกว่านี้ นั้นคงพูดไม่ได้ว่าจะมีบางคนจำนวนมากที่มีเจตนาร้ายทคงมาถึงได้ Feldไม่ต้องการคิดกับผลที่ตามมา Korhalมีสถานะขึ้นๆลงๆขณะถ้าใม่มีอะไรเกิดขึ้นกับAngus Mengsk การที่เปิดเผยคู่แข่งของสหพันธ์สัมพันธ์ถูกฆ่าบนเตียงมันคงจะจัดการพวกลูกนกที่เคลือนไหวเเพื่ออิสรภาพบนKorhalที่จะไม่ให้ฟื้นมาแน่

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Starcraft I,Mengsk ข้าคือMengsk-Beginning

สวัสดีครับผมแอดZeratulจากเพจThai Spoil Comicนิยายต่างๆผมจะลงมาในเพจนี้นะครับถ้าผู้ใดเห็นเอาบทความคล้ายกัน แสดงว่าบทความที่เอามานั้นปลิงนะ โดยที่ผมจะแปลหลักๆเป็นนิยายStarcraftนะฮะมาเริ่มกันเลย

_________________________________________________________________________________

6 หมื่นปีแสงจากโลกนั้น สหพันธ์สัมพันธ์แห่งTerran อันชั่วช้าได้ยึดถือระบบสุริยะKoprulu อย่างเข้มงวดกดขี่ไว้ ควบคุมชีวิตของผู้คนเอาไว้ มีชายผู้หนึ่งที่กล้าต่อต้านจักรพรรดิที่ไม่เผยหน้าและสาบานที่จะทำให้พวกมันยอมคุกเขาต่อเขา Arcturus Mengsk  นักเผยแพร่ที่ความอัจฉริยภาพ นักวางแผน และนักสู้เพื่ออิสระภาพ

การแสดงความป่าเถื่อนจากความกระหายเลือดอย่างรุนแรงถูกหว่านเป็นรากเมล็ดของการกบฎของArcturus แต่เขาเองไม่ใช่Mengskคนแรกที่ติว่าต่อการกดขี่นั้น ก่อนArcturus จะโตเป็นชายกล้าหาญ พ่อเขา Angus Mengsk ซึ่งได้ท้าทายต่อสหพันธ์สัมพันธ์และต้องการจบการครองราชย์ที่โหดร้ายป่าเถื่อน

โชคชะตาของตระกูลMengsk ถูกโยงถึงสหพันธ์สัมพันธ์และระบบสุริยะKopruluเป็นอันระยะเวลานาน แต่จักรพรรดิใหม่ที่ขึ้นมาจากเถ้าถุลีจากอดีตและสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่บุกรุกข่มขู่การดำรงอยู่ของมนุษยชาติ สิ่งใดในอนาคตนั้นจะเป็นยึดถือสำหรับผู้คนรุ่นต่อไป

_________________________________________________________________________________

เป็นอันดีมากเลย เวเลเรี่ยน,พ่อจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับKorhal, อะไรที่พ่อรู้เกี่ยวกับมันและสิ่งที่พ่อรวบรวมมาหลายปี แต่พ่อจะบอกมากกว่านั่นถ้าลูกหัดใช้สมองฟังเรื่องนี้นะ   อาคทูรัสพูด,การยืนและการดื่มเป็นสิ่งที่เขาทำหลังจากนั่น
พ่อหมายความว่ายังไงแ?” เวเลเรี่ยนได้ถาม
เรื่องราวของKorhalนั้นมันก็เป็นเรื่องราวของท่านปู่ของลูกด้วย และเป็นเรื่องราวที่หมายถึงตระกูล เม้งส์นั่น  Korhalนั่นเป็นดั่งดาบถูกตีหลอมสร้างขึ้นมันมาโดยที่โชคชะตาของเราจะเหมือนเหล็กที่ถูกตีด้วยค้อนจนเป็นรูปร่าง เมื่อความดิบหยาบและการนองเลือดเป็นเหมือนทั่งเหล็กแห่งประวัติศาสตร์
เวเลเรี่ยนรู้สึกตื่นเต้นอย่างเร็ว ใช่แล้ว มันคือสิ่งที่ผมต้องการ
อาคทูรัสได้ผงกหน้าไปยังภาพสตรีผู้หนึ่งในจานภาพโฮโลแกรมบนหิ้งและพ่อก็จะเล่าเรื่องแม่ของลูก
แม่ของผมเหรอ ?”  เวเลเรี่ยนตอบรับอย่างทันที
ใช่อาคทูรัสพูด แล้วเขาหันหน้าจากทางเดินของเขาไปยังประตู แต่ก่อนอื่นต้องลืมเรื่องเดิมๆของเธอซะก่อน

...........................



บทเริ่มต้น-The Beginning
เวเลเรี่ยนได้ยินเสียงเคาะจากประตู แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ มันทำให้เขาจดจ่อแทนที่เขาจะได้หมุนแก้วคริสตัลที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามที่มีเหล้าองุ่น เสียงนั้นมาอีกครั้ง มันรบเร้ามากกว่าเดิมในเวลานี้ และเสียง และความไม่อดทนต่อเสียงได้เหมือนบอกเวเลเรี่ยน เม้งส์ ว่าใครก็ตามที่อยู่หน้าประตูข้างนอกนั่นคงไม่ได้รับคำตอบจากเขาแน่
  เขาก็ยิ้มหลังจากนั้นก็จิบเครื่องดื่ม(คงจะเป็นเหล้า) เขาได้แสดงอากัปกริยาออกมาอย่างหล่อเหลาในวันนั้นหรือวันอื่นๆ สิ่งนี้ที่เป็นเหตุสำหรับตัวเขา วาเลเรี่ยนเองได้ไปนั่งบนเบาะหนังแท้  เพลิดเพลินกับความร้อนในห้องที่เตาถ่านไฟและความอบอุ่นจากเครื่องดื่มที่ลงไปในท้องของเขา
   
   และสิ่งที่มีค่าเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ได้ให้ความเพลิดเพลินกับเขาเมื่อเดือนก่อน เพราะว่าสิ่งของนี้ไม่ได้เห็นคุณค่าและเต็มความรู้สึกไปด้วยความเจ็บปวด
ความเจ็บปวดไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง อย่างน้อยก็ไม่ใช่ด้านร่างกาย แต่มันเป็นสิ่งที่ยากจะดูแม่ที่เจ็บปวด ขณะความสูญเสียของความเจ็บปวดมันได้ละลายกล้ามเนื้อจากกระดูกของเธอ และ จิตวิญญาณของเธอนั้นก็ได้หลุดออกไป
 
   วาเลเรี่ยนจ้องยังแก้วในของเหล้าองุ่น ความเลิศหล้านั่นผสมผสานเข้ากับความหรูหราที่อย่างลงตัว  รสชาติเหลือหลายที่ติดค้างบนเพดานปากและเป็นสิ่งร่วมกันอย่างที่สมบูรณ์ เหมือนดั่งอาหารจากนกป่าที่มาเสริฟให้แก่แขกที่รอคอยเขาในห้องโถงของบ้านของเขา
      บ้านของเขา
   คำๆนี้ยังคงให้ความรู้สึกผิดปกติ  พอดีกับการที่ยังไม่ได้การตัดสินใจของเขาเอง
     วาเลเรี่ยนได้แหงนมองขึ้นจากเครื่องดื่มของเขา และได้ร่ายสายตาไปยังรอบๆห้อง ขณะที่กำลังรายละเอียดความสวยงามทุกอย่าง ลายพื้นมะฮอกกานีที่เลิศนั่นได้ซ่อนเทคโนโลยีสื่อสารที่ทันสมัย แผงวงจรและอุปกรณ์เครื่องดักฟัง ผนังที่แขวนด้วยผ้าไหม ภาพเหมือนที่มีกรอบสีทองอร่าม และผนังไฟที่มีรสนิยมได้อาบแสงลงมาให้ความอบอุ่นในห้องเพดานสูง เป็นที่มีความสว่างในที่ซึ่งมีความสงบ
 
    แต่ความภาคภูใจในสถานที่นี้นั้น  ในกำแพงนั้นกลับได้มีการเก็บรักษาอาวุธสะสมของวาเลเรี่ยนตรงข้ามกับของตกแต่งสมัยโบราณ มีแฟ็กซ์อาวุธดาบยาวอยู่บนตะขอ
มีดาบโค้งที่แขวนไขว้กันเอาไว้ และความหลากหลายของหมัดกริซและอาวุธกลมแปลกประหลาดที่มีใบมีดโผล่ออกมาจากหนังด้ามที่จับที่ตั้งอยู่บนตะขอที่ซ่อนอยู่
กรอบกระจกแก้วที่บบรจุอาวุธปืนพกไม้โบราณที่เลี่ยมด้วยทองและปืนลำกล้องยาว โดยตามมาด้วยแบตเตอรี่ที่ติดตั้งลงตัวกับก้านโครงกระดูก
     หินอ่อนที่รอบล้อมนั่นบรรจุเตาผิงไฟและแผ่นกันกันแทก(พลาสติดที่เรากดเล่นตอนเด็กที่มันเสียงเปาะๆอะ)บนเสื้อคลุม แสงของมันระยับด้วยภาพที่น่ากลัวของผู้หญิงคนหนึ่งกับตาที่โหยหาจากสิ่งที่วาเลเรี่ยนเก็บไว้รอบคอบสายตาของเขาหันไป
     เขาได้มองเข้าไปในไฟ และได้จิบเหล้าองุ่นขณะที่ประตูด้านหลังเขาเปิด 
มีเพียงคนเดียวที่จะกล้าเข้าไปในห้องของ วาเลเรี่ยนเม้งส์โดยไม่มีต้อนรับ
     สวัสดีครับ พ่อวาเลเรี่ยนพูด
ร่างเงาของคนหนึ่งที่ผ่านเขามา และวาเลเรี่ยนได้ แหงนมองดูเขาและ มองพ่อของเขาที่ดูน่าเกรงขาม ใบหน้าที่ดูลักษณะที่ดูเหมือนผู้สูงศักดิ์ ได้มองลงมาที่เขา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาได้เห็นหน้าพ่อเขาเป็นพันๆครั้งในรูปแบบฮอโลแกรม  การปรากฏกายของพ่อนั้นรู้เหมือนพลังที่พิเศษ สิ่งที่เขาเห็นเพียงมันไม่ใช่เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จับต้องได้
   อาคทูรัสเป็นชายร่างใหญ่ ไหล่กว้าง เอวหนา และผมของเขาที่เคยดกดำและมันวาวมาก่อน แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นผมสีเงินไปแล้ว เคราของเขามีสีขาวมากสีดำ และมีตัวเลขของอายุมากทุกคนเบื่อหน่ายกับเมื่ออายุขึ้นเท่านี้ อายุนั้นมันเป็นเพียงแค่การเพิ่มขึ้นของตัวเลขตามธรรมชาติ และ ตัวเลขอายุสำหรับที่ถือว่าเยอะมากแล้ว เสื้อคลุมของพ่อของเขาเป็นสีดำคล้ายกับที่สวมใส่โดยลูกชายของเขา เสื้อนั้นไม่ได้ทำอะไรที่จะปกปิดเรื่องต่างๆของอาคทูรัสที่เขาทำเว้นเพียงแค่อำนาจที่เขามีอยู่ กระดุมขอบทองที่อยู่บนเสื้อที่กว้าง อินทรธนูสีทองแดงบนไหล่เสื้อของเขา ดาบพกพาและปืนพกสนามแม่เหล็กที่แขวนบนเข็มขัดเขาแต่วาเรเลี่ยนก็คิดว่าอาวุธนี้มีอายุหลายปีแล้วมาตเพราะพ่อของเขานั้นจได้ะหยิบอาวุธทั้งคู่นี้ออกมาใช้ในยามโกรธ 
"พ่อได้เคาะประตู" อาคทูรัสพูด "แกไม่ได้ยินฉันเหรอ ?" 
"ผมได้ยิน"วาเลเรี่ยนพร้อมพยักหน้า" 
"แล้วทำไหมไม่ตอบกลับที่ประตูละ ?" 
"ผมคิดว่าคนอย่างพ่อไม่ต้องการคำรับเชิญหรอก,พ่อ" วาเลเรี่ยนตอบกลับ 
"พ่อเป็นถึงจักรพรรดิใช่หรือเปล่าแล้วเมื่อพ่อเป็นถึงจักรพรรดิแล้วทำไหมต้องรอความกรุณาจากผู้อื่นอีก" "ถึงพ่อจะเป็นจักรพรรดิ วาเลเรี่ยนแต่ลูกยังเป็นของลูกพ่ออยู่เสมอ" "ผมเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว" วาเลเรี่ยนยอมรับ "ตอนนี้ยังเป็นอยู่เพราะความต้องการของพ่อ"
 "ลูกกำลังโกรธอยู่"อาคทูรัสพูด "นั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้พ่อรู้ มันเป็นเพียงธรรมชาติของมนุษย์ที่ประพฤติกรรมที่ไม่ควรเมื่อเป็นแบบนี้"
 "เป็นแบบนี้เหรอ ?" วาเลเรี่ยนสวนกลับ เขาลุกขึ้นมาจากเบาะ แล้วขว้างแก้วเหล้าองุ่นลงในเตาไฟ "แสดงความน่ายำเกรงออกมาสิ!" เศษแก้วที่แตกกระจายและเปลวไฟกระหึ่มจากการเผาไหม้แอลกอฮอล์สีแดงในกองไฟ "พ่อไม่เคยรู้สึกถึงผู้อื่นเลยเหรอ ?" วาเลเรี่ยนตะโกนออกมาไม่นานนักคำ พูดที่หลุดมาจากปากของเขา เขาก็ได้นึกสิ่งที่เขาพูดมา และเขาก็ตอบกลับสิ่งที่เขาพูด เขาหัวเราะ "ฉันพูดอะไรลงไปเนี่ย อ้อใช่แล้ว พ่อคงไม่เข้าใจหรอก"
 อาคทูรัสยังคงนิ่งจากคำพูดที่ออกมาจากลูกของเขา และเขาก็ทำแค่เพียงเอามือไขว้ไว้ข้างหลัง "การกระทำอย่างนี้มันทำให้เสียแก้วที่ดีไป"เขาพูด "ใช่แล้วแก้วที่ดี,ถ้าพ่อตัดสินทุกอย่างได้ พ่อจะตัดสินใจสอนลูกให้ทำตัวดีมากกว่าที่จะโกรธ โดยเฉพาะเมื่อการกระทำนั้นไร้จุดหมาย" 
วาเลเรี่ยนถอนหายใจ และหันไปยังพ่อ เขาได้เดินไปที่ตู้ชุดเครื่องดื่มบนกำแพงหนึ่ง สิ่งที่มีอย่างข้าวหมักและเหล้าองุ่นถูกป้องกันจากการดึงดูดผู้ไม่หวังดีโดยกระจกเงาสะท้อนแสงในม่านพลังป้องกัน ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ได้คำสั่งจากพ่อของเขา ใครก็ตามที่รู้เกี่ยวกับเม้งส์คงจะรู้เรื่องความชอบเครื่องดื่มมึนเมาคุณภาพดีอย่างมาก วาเลเรี่ยนหยุดซักพัก และกำลังนึกคิดสิ่งที่พ่อเขาตอบกลับมา ขณะที่เขาจะไปถึงปุ่มทองเหลืองเพื่อปลดม่านพลังงาน เวเลเรี่ยนมีผมสีทอง รอบๆใบหน้าเขาที่หล่อเหลาที่เหมือนจะสวยงาม คุณสมบัติหน้าตาของเขาเป็นลักษณะแน่แท้ของพ่อของเขา แต่เมื่อที่ใดพ่อใช้คำพูดอย่างเข้มและชัดถ้อยชัดคำ วาเลเรี่ยนก็จะอย่างนุ่มนวลตามลักษณะที่ได้มาจากแม่
        ริมฝีที่เต็มอิ่ม และกว้าง ดวงตาที่พายุเมฆ คงจะล่อให้นกที่เกาะต้นไม้มาที่ใบหน้าของเขาที่เรียบสบายและลักษณะของคนมีตระกูล ในตอนที่เขาอายุ 21 เขาเป็นเด็กชายที่หน้าตาเลิศหล้า และเขารู้ที่จะเก็บความลับไว้ในใจโดยใช้ความพอประมาณของเขา ซึ่งแน่นอนทำหน้าที่เพียงเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของเขาไปยังเพศตรงข้าม
       เขาได้กดปุ่มลงไป เครื่องอ่านDNAที่อยู่บนผิวหน้ากำลังแยกส่วนลักษณะDNAของเขาที่อยู่ในบันทึกการปรับปรุงรายชั่วโมงจัดเก็บภายในอาคารข้อมูล ถึงแม้เทคโนโลยีโลกสมัยเหล่านี้ใหม่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา วาเลเรี่ยนนั้นเกลียดความคิดรูปแบบที่ครอบงำการทำงานต่างๆทั้งหมด
           แรงกระเพื่อมเล็กน้อยในอากาศเป็นเพียงการส่งสัญญาณการลดม่านสนามพลังป้องกัน วาเลเรี่ยนเปิดตู้กระจกเพื่อจะเทเครื่องดื่มที่สดชื่น โดยเขาได้เลือกเหล้าองุ่นแดงชั้นเยี่ยมสำหรับเขา และเหล้าองุ่นสีทับทิมที่ราคาแพงสำหรับพ่อเขา
         วาเลเรี่ยนกลับไปที่เตาผิง สถานที่พ่อเขาได้นั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งจากเก้าอี้สองตัว โกร่งดาบของเขาได้วางพิงเอาไว้กับที่พักแขน อาคทูรัสก็พยักหน้าชื่นชมที่วาเลเรี่ยนยื่นแก้วมาให้เขา
      สงบได้หรือยัง?” พ่อของเขาถาม
      ผมสงบแล้ววาเลเรี่ยนตอบ
  ดี ที่ผมไม่ได้เป็นคนตระกูลใน Mengskที่ชอบเปิดเผยแสดงความคิดของผู้อื่น
  มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม?”
  “ไม่ได้อยู่แล้วอาคทูรัสตอบ เมื่อไรกันนะที่ผู้คนจะได้คิด พวกเขาก็จะรู้เรื่องของลูก และก็เลิกกลัวลูกกัน?”
    แล้วถ้าผมไม่ต้องทำตัวโดยไม่ให้คนอื่นหวาดกลัวล่ะ ?” วาเลเรี่ยนพูด และกวาดเสื้อที่ใต้สะโพกแล้วลงไปนั่งเบาะฝั่งตรงข้ามของพ่อ
     ลูกคงได้ความรักมากสินะ?” พูดสวนกลับโดยอาคทูรัสที่จิบเหล้าองุ่น
     “มันไม่สามารถเป็นได้อย่างใดอย่างหนึ่งเลยเหรอ?” 
      “ไม่มีทางพ่อเขาพูด และก่อนที่ลูกจะถาม มันคงที่ตลอดถ้ามันมีความหวาดกลัวในตัวลูกมากกว่าที่ให้ผู้คนรักลูก”      “ที่ดีที่ พ่อได้รู้ตอบกลับโดยวาเลเรี่ยน
    อาคทูรัสหัวเราะ อย่างไม่มีความอบอุ่นในเสียงนั้นเลยฉันเป็นพ่อแกนะ วาเลเรี่ยน คำพูดที่หยาบคายคงไม่เปลี่ยนอะไรได้ พ่อลูกว่าลูกไม่ได้รักพ่อขณะที่พ่อก็ยังรักอยู่ แต่พ่อก็เพียงแค่สนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าลูกได้รับช่วงต่อจากพ่อ ลูกควรจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้
   แล้วถ้าผมไม่ต้องการความสำเร็จนั่นละ?”
   “พูดไม่ได้ตรงประเด็นเลยอาคทูรัสสวนกลับ ลูกคือคนในตระกูล Mengskนะ มีใครอีกไหมนอกจากลูก(เนื่องจากครอบครัวของMengskถูกฆ่าตายหลายจนแทบไม่เหลือ)  ความโกรธนั่นได้เขามาในความคิดวาเรเลี่ยน จะบอกว่าMengskคนนั้นเป็นหนอนหนังสือ อรชรอ้อนแอ้น และอ่อนแอเหรอ
   อาคทูรัสโบกมือด้วยความไยดีคำที่พูดนั่นยังเร็วไปอีกหลายปีเขาพูด ลูกพิสูจน์ว่าพ่อผิด งั้นก็ก้าวไปข้างทำคะแนนให้ดีกว่าพ่อสิ ตอนนี้ลูกยังไม่ได้มีความน่าเชื่อถือนะ วาเลเรี่ยนครอบคลุมการระคายเคืองของเขาที่ได้อดทนสิ่งที่พ่อพูดของเขาโดยการดื่มเหล้าองุ่นนิดหน่อย  ปล่อยให้เหล้าองุ่นที่มีกลิ่นหอมอยู่ในหลอดอาหารของเขาในก่อนที่เขากลืน  อาคทูรัส หยุดที่จะมองไปรอบ ๆห้อง ที่ที่อาวุธได้แขวนบนผนังเปเมื่อถึงจุดหนึ่งที่พวกเขาพูดคุยโดยไม่มีการโต้แย้งหรือความไม่พอที่แสดงความไม่ดีออกมา 
   ลูกได้สร้างบ้านที่ดีไว้ทีเดียวนะ ลูกอาคทูรัสพูดอย่างไม่มีเหตุผล
  บ้านเหรอ วาเลเรี่ยนถามผมไม่รู้ความหมายของมันมาก่อนเลย
เมื่อเขาได้เห็นสับสนในตาของพ่อเขา จึงพูดต่อไปกระทั่งเมื่อเดือนก่อน บ้านเป็นที่ที่เรียบๆง่ายๆไม่มีอะไรเป็นที่เราสร้างขึ้นจนกระทั่งได้ย้ายมา จากการล่มสลายของสถานที่ในดวงจันทร์ของดาวUmojan เราจึงย้ายไปยังที่อื่น หรือ อีกหนึ่งในวงโคจUmojan หรือ สถานที่ที่พวกเซิร์กไม่ได้ทำลาย พ่อลูกสึกถึงความรู้สึกของผม ใช่ไหม?” 
   “ฉันเข้าใจยอมรับโดยอาคทูรัส ถึงแม้ว่าพ่อจะลืมกับสิ่งเล่านี้ไปมานานหลายปี บ้านในความหมายของพ่อคือ ไฮเปอร์เรี่ยน จนกระทั่งมีบางอย่างเกิดขึ้นกับ เจ้าจิม
   แล้วเรื่องของดาว Korhal ลำดับที่ 4ละ?” วาเลเรี่ยนพูดขึ้น ไม่อยากที่จะทนคำด่าว่าเกี่ยวกับความเลวร้ายทรยศหักหลังของJim  Raynor อีก เมื่อไม่หลายปีก่อน วาเลเรี่ยนเขาได้ตื่นเต้นกับการผจญภัยต่างของJim Raynor ได้แอบชื่นชมคนที่เป็นหนามแหลมที่แทงใจพ่อของเขาที่เป็นอดีตจอมพลที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว อาคทูรัสส่ายหน้า เขาได้หยุดเรื่องระคายเคืองสำหรับเขาอย่างเร็ว พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของโลกเป็นที่อาศัยอยู่และเราสร้างขึ้นมาใหม่มากในสิ่งที่ถูกทำลาย แต่แม้ฉันจะไม่ได้มีอำนาจที่ย้อนรอยความเสียหายในระยะสั้นที่ทำโดยสหพันธสัมพันธ์(Confederacy) Korhalจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พ่อไม่ได้สงสัยอะไร แต่ไม่มีวันที่จะให้สิ่งเหล่าเกิดขึ้นมาอีก
ผมไม่รู้นะเนี่ยยอมรับโดยวาเลเรี่ยน ผมควรจะได้เห็นดาวKorhalก่อนการโจมตีนะ
อ้าใช่แล้ว ลูกคงจะชอบมันแน่ พ่อคิดนะ พูดโดยอาคทูรัส สภาปาลาไทน์  หอสมุดทองคำ สนามต่อสู้ และ หมู่บ้านSummer Villa ใช่ลูกคงจะชอบมัน
  วาเลเรี่ยนโน้มตัวมาข้างหน้า ผมอยากที่จะเรียนรู้กับเรื่องของKorhal” เขาพูด น่าจะมีใครบางคนที่อยู่ที่นั่น สิ่งที่ไม่ใช่ภาพยนตร์หรือภาพที่นำมาให้เห็น แต่เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องจริง น่าจะมีใครบางคนที่เคยบนผิวโลกและสูดอากาศของมัน
   อาคทูรัสยิ้มและพยักหน้า ขณะที่คาดหวังกับคำขอ เป็นอันดีมากเลย เวเลเรี่ยน,พ่อจะเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับKorhal, อะไรที่พ่อรู้เกี่ยวกับมันและสิ่งที่พ่อรวบรวมมาหลายปี แต่พ่อจะบอกมากกว่านั่นถ้าลูกหัดใช้สมองฟังเรื่องนี้นะ   อาคทูรัสพูด,การยืนและการดื่มเป็นสิ่งที่เขาทำหลังจากนั่น
พ่อหมายความว่ายังไงแ?” เวเลเรี่ยนได้ถาม
เรื่องราวของKorhalนั้นมันก็เป็นเรื่องราวของท่านปู่ของลูกด้วย และเป็นเรื่องราวที่หมายถึงตระกูล เม้งส์นั่น  Korhalนั่นเป็นดั่งดาบถูกตีหลอมสร้างขึ้นมันมาโดยที่โชคชะตาของเราจะเหมือนเหล็กที่ถูกตีด้วยค้อนจนเป็นรูปร่าง เมื่อความดิบหยาบและการนองเลือดเป็นเหมือนทั่งเหล็กแห่งประวัติศาสตร์
เวเลเรี่ยนรู้สึกตื่นเต้นอย่างเร็ว ใช่แล้ว มันคือสิ่งที่ผมต้องการ
อาคทูรัสได้ผงกหน้าไปยังภาพสตรีผู้หนึ่งในจานภาพโฮโลแกรมบนหิ้งและพ่อก็จะเล่าเรื่องแม่ของลูก
แม่ของผมเหรอ ?”  เวเลเรี่ยนตอบรับอย่างทันที
ใช่อาคทูรัสพูด แล้วเขาหันหน้าจากทางเดินของเขาไปยังประตู แต่ก่อนอื่นต้องลืมเรื่องเดิมๆของเธอซะก่อน